ค่าไฟฟ้าที่พุ่งสูงกลายเป็นภาระหนักของใครหลายคน แต่ในปี 2568 นี้ ถือเป็น “ปีทอง” ของภาคครัวเรือนที่กำลังมองหาทางออกเพื่อลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว ด้วยนโยบายสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคา (Solar Rooftop) จากภาครัฐที่ชัดเจนและจับต้องได้มากกว่าที่เคย ทำให้การลงทุนที่เคยดูไกลตัวกลายเป็นเรื่องใกล้และคุ้มค่าอย่างยิ่ง
1. มาตรการลดหย่อนภาษี สูงสุด 200,000 บาท
นี่คือมาตรการใหม่ที่ทรงพลังและกระตุ้นการตัดสินใจได้มากที่สุด โดยคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้บุคคลธรรมดาสามารถนำค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อและติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านที่อยู่อาศัย มาใช้ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้
- สิทธิประโยชน์หลัก: สามารถนำค่าใช้จ่ายมาลดหย่อนภาษีได้ตามจริง แต่ไม่เกิน 200,000 บาท
- เงื่อนไขสำคัญ:
- ต้องเป็นบ้านที่อยู่อาศัย (ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 1)
- ชื่อผู้ใช้สิทธิ์ลดหย่อนต้องตรงกับชื่อเจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้า
- ต้องมีใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบจากการจัดซื้อและติดตั้ง
- มีผลบังคับใช้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2571
- ทำไมจึงน่าสนใจ: มาตรการนี้เปรียบเสมือนการได้รับ “ส่วนลด” ค่าติดตั้งโดยตรงจากภาครัฐ ทำให้เงินลงทุนเริ่มต้นลดลง และช่วยให้ระยะเวลาคืนทุนสั้นเข้ามาอีก
2. โครงการโซลาร์ภาคประชาชน (รับซื้อไฟคืน 2.20 บาท/หน่วย)
รอลุ้นโครงการที่เปิดโอกาสให้บ้านเรือนไม่ได้เป็นแค่ “ผู้ใช้ไฟ” แต่สามารถเป็น “ผู้ผลิตไฟ” ได้ด้วย โดยไฟฟ้าส่วนเกินที่ผลิตได้จากโซลาร์เซลล์ในตอนกลางวัน สามารถขายคืนเข้าระบบสายส่งของการไฟฟ้าได้
- สิทธิประโยชน์หลัก: สร้างรายได้เสริมจากการ ขายไฟฟ้าคืนในอัตรา 2.20 บาทต่อหน่วย เป็นระยะสัญญา 10 ปี
- เงื่อนไขสำคัญ:
- เป็นบ้านที่อยู่อาศัย (ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 1)
- ติดตั้งโซลาร์เซลล์ขนาดไม่เกิน 10 กิโลวัตต์ (kWp)
- สถานะล่าสุด: ภาครัฐมีแผนขยายโควตารับซื้อไฟฟ้าในโครงการนี้เพิ่มขึ้นในปี 2568 หลังจากโควตาเดิมเต็มไปอย่างรวดเร็ว เพื่อรองรับความต้องการของประชาชนที่เพิ่มขึ้น
- ทำไมจึงน่าสนใจ: เป็นการสร้างประโยชน์สองต่อ คือ (1) ลดค่าไฟ ที่ต้องจ่ายในตอนกลางวัน และ (2) สร้างรายได้ จากไฟฟ้าส่วนเกินที่ไม่ได้ใช้
3. สินเชื่อบ้านโซลาร์ ดอกเบี้ยพิเศษจากธนาคาร
เพื่อทลายกำแพงเรื่องเงินทุนเริ่มต้น ธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินของรัฐหลายแห่งได้ออกผลิตภัณฑ์ “สินเชื่อโซลาร์รูฟ” หรือ “สินเชื่อบ้านสีเขียว” สำหรับลูกค้ารายย่อยโดยเฉพาะ
- สิทธิประโยชน์หลัก:
- อัตราดอกเบี้ยพิเศษ ต่ำกว่าสินเชื่อส่วนบุคคลทั่วไป
- ระยะเวลาผ่อนชำระนาน สูงสุดถึง 10 ปี
- บางแห่งให้ วงเงินกู้สูงสุด 100% ของค่าติดตั้ง
- ทำไมจึงน่าสนใจ: ทำให้เจ้าของบ้านไม่จำเป็นต้องใช้เงินก้อนใหญ่ในการติดตั้ง สามารถแบ่งจ่ายเป็นค่างวดรายเดือน ซึ่งในหลายกรณี ค่างวดอาจใกล้เคียงกับค่าไฟที่ประหยัดได้ ทำให้แทบไม่ต้องควักเงินในกระเป๋าเพิ่มเลย
4. ขั้นตอนการขออนุญาตที่สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น
ในอดีต ความยุ่งยากในการขออนุญาตเป็นอุปสรรคสำคัญ แต่ปัจจุบันทั้งการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ได้พัฒนาระบบการยื่นเอกสารออนไลน์ ทำให้ขั้นตอนการขออนุญาตเชื่อมต่อระบบไฟฟ้า (ขนานไฟ) สะดวกและรวดเร็วกว่าเดิมมาก โดยบริษัทผู้ติดตั้งส่วนใหญ่มักจะดำเนินการในส่วนนี้ให้ทั้งหมด
ลดหย่อนภาษีในปี 2568 เมื่อติดโซลาร์เซลล์
ปี 2568 คือจังหวะเวลาที่ดีที่สุดสำหรับเจ้าของบ้านในการลงทุนติดตั้งโซลาร์เซลล์ ด้วยแรงสนับสนุนจากภาครัฐอย่างครบวงจร ทั้งการลดหย่อนภาษีที่ชัดเจน, โครงการรับซื้อไฟคืนที่ต่อเนื่อง และสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำที่เข้าถึงง่าย การตัดสินใจในวันนี้ไม่เพียงช่วยลดภาระค่าไฟในกระเป๋าของคุณไปอีก 25 ปีข้างหน้า แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างอนาคตพลังงานสะอาดที่ยั่งยืนให้กับประเทศอีกด้วย
แหล่งที่มา:
https://www.mea.or.th/other-services/electricity-producers/purchase-of-electricity/Sc02OdhGF



